There are no coincidences in the universe.

Solitary Animal: Latest Book from Dr.Sawai Boonma

Wednesday, November 09, 2005

Latest Book from Dr.Sawai Boonma


หนังสือใหม่แนะนำ
ผลงานเล่มล่าสุดของ ดร.ไสว บุญมา นักเศรษฐศาสตร์หมัดหนักประสบการณ์สูงจาก World Bank นำเสนอบทวิเคราะห์แบบคู่ขนาน (Parallel Analysis) พร้อมข้อมูลจากทั่วโลกเพื่อชี้ชัด ๆ อีกครั้งแบบไม่อ้อมค้อมว่านโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลทักษิณ กำลังนำพาประเทศไทยเข้าสู่จุดตีบตันและวิกฤตถึงระดับโครงสร้าง อีกทั้งยังไม่ใช่การ “คิดใหม่ ทำใหม่” ดังที่เข้าใจ แต่เป็นการ “ลอกแบบ” แนวนโยบายที่ประเทศอื่น ๆ ใช้จนล่มมมาแล้วมาใช้กับเมืองไทย ถึงเวลาที่ชาวไทยต้องรู้ก่อนจะสายเกินไปว่าประเทศอยู่ห่างจากหายนะเพียงไม่กี่ก้าวแล้ว

โปรดอย่าพลาด..เลียนแบบรุ่ง ลอกแบบล่ม : บทวิเคราะห์เพื่อทลายมายาภาพ "ทักษิโณมิกส์" อีกหนึ่งผลงานจาก โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง

8 Comments:

Blogger solitary animal said...

กำลังสนุกสนานกับการอ่าน "เลียนแบบรุ่ง ลอกแบบล่ม" เป็นอย่างมาก ขอบอก!

แวะเอาบทความจาก "กาแฟดำ" มาฝากอีกครั้ง :)

ค่านิยมร่วมสมัยของประชานิยม ....ไม่ล้มละลายไม่เท่

ก่อนนี้ รัฐบาลชุดนี้สอนให้คนไทย "สร้างหนี้" เพราะนั่นคือความทันสมัยที่จะนำไปสู่ความร่ำรวย นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เคยพูดในที่สาธารณะหลายครั้งด้วยซ้ำว่าที่ท่านร่ำรวยได้ทุกวันนี้ เพราะสร้างหนี้และแลกเช็คเก่ง

วันนี้ รัฐบาลกำลังจะให้ค่านิยมใหม่ ให้เห็นว่า ประกาศตนเป็น "บุคคลล้มละลาย" ก็เป็นความเท่, ความทันสมัยอีกแล้ว

ถึงวันนี้ ก็ยังสับสนกันไปทั้งสังคมว่า "ทีเด็ด" วันที่ 18 ตุลาคม ที่คุณทักษิณประกาศไว้ในรายการวิทยุเมื่อวันเสาร์ก่อน เรื่องให้ "มนุษย์เงินเดือน" ประกาศตนเป็น "บุคคลล้มละลาย" ได้ และให้เจ้าหนี้ยอมให้ "แฮร์คัต" หรือลดหนี้ให้จำนวนมากมายนั้น เอาเข้าจริง ๆ มันคืออะไรกันแน่

ติดตามข่าวนี้แล้ว ก็ยังงุนงงอยู่หลายข้อ ขอเรียงลำดับคำถามที่ผู้คนในบ้านเมืองมีต่อประเด็นนี้อย่างนี้

1. ตกลงประเด็นที่นายกฯ พูดถึงนั้นเป็นหนี้ของมนุษย์เงินเดือน "ในระบบ" หรือ "นอกระบบ"?

2. ถ้าหากจำนวนหนี้ที่เข้าข่ายโครงการนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 2 แสนบาท, ก็แปลว่าตอนกู้มาเมื่อ 8 ปีก่อน (ตอนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ 2540) นั้น เป็นเงินกู้ประมาณ 5 หรือ 6 หมื่นบาท (ที่เหลือคือดอกเบี้ยทบต้น) คำถามก็คือว่าเป็นเงินกู้ประเภทไหน และสถาบันการเงินแบบไหนเป็นคนให้กู้

3. เอาพื้นฐานอะไรที่จะเอาภาษีของประชาชนกลุ่มหนึ่งไปอุ้มคนอีกประเภทหนึ่ง?

4. ถ้าสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เดิมทวงเงินอย่างเข้มข้นแล้วยังกลายเป็น "หนี้เสีย" ได้ กลไกรัฐที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อซื้อหนี้มนุษย์เงินเดือนที่ว่านี้จะมีความสามารถในการทวงถามได้เก่งกว่าตรงไหน?

5. การให้มนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะข้าราชการสามารถยื่นขอล้มละลายได้เองมีประโยชน์อันใด? มิทำให้เสียความน่าเชื่อถือ, เสียศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเสียวินัยแห่งชีวิตหรือ?

6.หากจะช่วยเหลือหนี้ภาคประชาชนจริง ทำไมไม่แก้ไขกฎหมายล้มละลายในประเด็นเรื่อง "ฟื้นฟู" ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือธุรกิจกลางและย่อยที่เป็นหนี้น้อยกว่า 10 ล้านบาท ให้เหลือหนึ่งหรือสองล้านบาท เพื่อให้มีการบริหารและประนอมหนี้กับเจ้าหนี้อย่างสมเหตุสมผล และทำให้เกิดการฟื้นตัวกลับขึ้นมาเร็วกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้?

7. หากลูกของคุณกลับบ้านวันพรุ่งนี้มาบอกด้วยความปีติยินดีว่า "พ่อๆ แม่ๆ วันนี้คุณครูของหนูเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ดีใจจังเลย..." คุณจะคิดอย่างไร?

8. หากวันพรุ่งนี้ บุคคลล้มละลายเป็นข้าราชการได้, เพื่อนร่วมงานของคุณหาว่าคุณเชยมากๆ ที่ยังไม่เป็น "บุคคลล้มละลาย" คุณจะว่าอย่างไร?

ถ้านายกฯ ยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ให้ประชาชนเกิดความกระจ่างได้,ท่านไม่มีสิทธิจะมาแตะต้องเงินภาษีประชาชน เพื่อเอาไปอุ้มคนที่รัฐบาลเลือกจะอุ้มเท่านั้น

นี่ไม่ใช่เงินส่วนตัวของท่านนะครับ

Thursday, October 06, 2005 10:32:00 AM  
Anonymous Anonymous said...

เป็นหนังสือที่อ่านรวดเดียวจบ ได้ทั้งความรู้ บวกกับความทึ่งที่บางบทความเขียน(เตือน)ไว้ตั้งแต่สองปีก่อน และบัดนี้บางเรื่องก็กลายเป็นความจริง(อันน่ากลัว)ไปแล้ว

ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆครับ

ป.ล. 1 ควรเปลี่ยนชื่อสำนักพิมพ์เป็น "โอ้ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมากเลย"

ป.ล. 2 แง่คิดจากหนังสือเล่มนี้ "ท่านผู้นำของเราชวนคนไทยให้ดีใจที่ปลดหนี้ IMF ได้ แต่ขณะเดียวกันก็จะชวนคนไทยให้ก่อหนี้และขอเป็นบุคคลล้มละลาย" แล้วถ้าสักวันประเทศเรามีหนี้ตปท.เยอะจนไม่มีปัญญาจ่าย ท่านผู้นำจะไปยื่นขอให้ประเทศไทยเป็นประเทศล้มละลายหรือเปล่าหนอ

Sunday, October 09, 2005 11:10:00 PM  
Blogger solitary animal said...

ดีใจจังเลยที่มีคนเห็นคุณค่าของหนังสือเล่มนี้อ่ะ ถ้าเจ้าของสำนักพิมพ์ผ่านมาอ่านก็คงได้รับพลังใจไปผลิตงานดีๆ อีกมากโขเลยนะเนี่ยะ :)

ปล. Blog Traveller กะเราใจตรงกันนิ อุตส่าห์โดดงานไปเดินงานหนังสือเหมือนกัน ฮิฮิ แล้วเราสองคนนี่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานกันมั๊ยเนี่ยะ ยังสงสัยอยู่ (ฮา)

Monday, October 10, 2005 7:26:00 AM  
Anonymous Anonymous said...

สงสัยจะไม่เจริญก้าวหน้าแหง

คงต้องไปหางานแบบอื่นทำ

หมายเหตุ: อันนี้ไม่เรียกว่าโดดงานนะ เรียกว่า ใช้สิทธิลาพักร้อน

Monday, October 10, 2005 7:58:00 AM  
Blogger solitary animal said...

โอเค๊อ่ะ ของเธอใช้สิทธิ์ลาพักร้อน แต่สำหรับฉันบอกอย่างภูมิใจว่าโดดงาน ก็คนมัน out of balance นิ (น๊อตหลุด ฮิฮิ)

Monday, October 10, 2005 9:34:00 AM  
Anonymous Anonymous said...

ดีมาก อ่านเพลินแถมได้ความรู้มากจริงๆโดยเฉพาะเรื่องนโยบายประชานิยม น่าห่วงประเทศไทยเพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังทำอะไรกับประเทศ อ่านแล้วมองภาพออกเลยว่า "ทักษิโณมิกส์" จะพาประเทศไทยไปไหน (อ่าน "เลียนแบบรุ่ง ลอกแบบล่ม" จบคงต้องบอกว่าสงสัยจะไปเหว)

Monday, October 24, 2005 1:10:00 PM  
Blogger solitary animal said...

เผอิญโพสท์นี้ตกหน้าแรกไป เราเลยไปเปลี่ยน Date & Time ใหม่ หวังใจมากระหน่ำทำ Hard Sales ให้สำนักพิมพ์ โอ้ พระเจ้า อีกครั้ง

หนังสือดีๆ ควรค่าแก่การอ่าน และแนะนำ บอกต่อจริงๆ! เลียนแบบรุ่ง ลอกแบบล่ม โดย ดร.ไสว บุญมา ค่ะ

Wednesday, November 09, 2005 8:41:00 AM  
Blogger solitary animal said...

แม้ว่าคุณอาจจะไม่ใช่แนวฮาร์คอร์ แต่เรารู้ว่าลึกๆ แล้ว ทุกคนรักและห่วงใยประเทศชาติ ยังไงลองไปหาอ่านกันดูนะคะ คิด เห็น อย่างไร เชิญทุกท่านส่งเสียงผ่านมาทางนี้ได้ค่ะ ;-)

Monday, November 14, 2005 4:55:00 PM  

Post a Comment

<< Home

Gabu on Facebook