There are no coincidences in the universe.

Solitary Animal: He said...

Tuesday, June 28, 2005

He said...

พราะบุคลิกและตัวตนของเขานั้นชัดเจนและโดดเด่นจนใครหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นคนซับซ้อนและเข้าถึงได้ยาก แม้กระทั่งในเรื่องของความรัก ที่แม้ระยะหลังข่าวคราวด้านนี้ของเขาจะเงียบหายไปบ้าง แต่ก็ยังป็นที่สงสัยอยู่ว่า ความรักในสายตาของเขาน่าจะเป็นแบบไหนกัน

Source: WE Magazine, March 2005

3 Comments:

Blogger solitary animal said...

เพราะบุคลิกและตัวตนของเขานั้นชัดเจนและโดดเด่นจนใครหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นคนซับซ้อนและเข้าถึงได้ยาก แม้กระทั่งในเรื่องของความรัก ที่แม้ระยะหลังข่าวคราวด้านนี้ของเขาจะเงียบหายไปบ้าง แต่ก็ยังป็นที่สงสัยอยู่ว่า ความรักในสายตาของเขาน่าจะเป็นแบบไหนกัน

ผมเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบเท่าไร เช่น ไม่ค่อยมีความทะเยอทะยานทางวัตถุ ทุกวันนี้ผมไม่มีรถขับ และไม่ชอบขับรถ แค่นี้ผู้หญิงบางคนก็มองว่าเป็นสิ่งไม่ดีแล้ว หรืออย่างในแง่ของการมีครอบครัว หลายๆ คนคงสงสัยว่าผมสนใจเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า เพราะไม่ค่อยเห็นผมพูดถึงรื่องการแต่งงานหรือความมั่นคงด้านความเป็นอยู่ ความจริงไม่ถึงกับไม่สนใจเลยซักทีเดียว แต่ผมไม่ได้มองว่าการแต่งงานเป็นปัจจัยสำคัญในการมีความรักเท่านั้นเอง

ถ้าอย่างนั้นอะไรที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ชายอย่างผม

โดยพื้นฐานแล้ว ผมชอบผู้หญิงที่มีมุมมองหรือนิสัยที่คล้ายคลึงกัน เป็นคนเรียบง่าย มีความพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่ปล่อยให้กระแสจากสิ่งรอบข้างเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตมากเกินไป ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเหมือนคนอื่น มีเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง เท่านี้เอง

พอเจอคนที่มีบุคลิกคล้ายคลึงกันผ่านเข้ามา เอาเข้าจริง ก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่เข้ามามีอิทธิพลในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนอีกเช่น บางครั้งความต้องการก้าวไปไม่ทันกัน ฝ่ายหนึ่งต้องการมากขึ้น ในขณะที่เราไม่ได้ต้องการมากขนาดนั้น หรือเราอาจต้องการอะไรที่แฟนเราไม่ต้องการ ก็ทำให้เกิดความขัดแย้ง รู้สึกว่าเราอาจจะไปด้วยกันไม่ได้ขึ้นมา ซึ่งทางที่ดี เราต้องหาทางคุยกันให้เข้าใจว่าความต้องการของเราอาจไม่ได้เหมือนกันหมดทุกอย่าง เราต้องยอมรับสิ่งที่อีกคนหนึ่งเป็น แต่ถ้าสิ่งนั้นสำคัญมากสำหรับเขา ก็คงต้องยอมรับตรงๆ ว่าเราไม่เหมาะสมกัน เพราะถ้าฝืนคบกันต่อไป อนาคตคงต้องเจอปัญหานี้อยู่ดี

แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามปรับตัว เพียงแต่ถ้าปรับตัวมากจนไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือปรับไปเพื่อทำคะแนนให้อีกฝ่ายรู้สึกดีในระยะแรก แบบนี้จะกลายเป็นปัญหาในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น บางคนมีปัญหาเข้ากับทางบ้านของอีกฝ่ายไม่ได้ ในขณะที่อีกฝ่ายเป็นคนรักครอบครัว แรกๆ ความรักทำให้ตาบอด อาจจะบอกว่าไม่เป็นไร อีกหน่อยคงเปลี่ยนแปลงได้ แต่เอาเข้าจริง ผมว่าสิ่งนี้มันเป็นปัญหาใหญ่กว่านั้น ขืนดื้อรั้นดันทุรังคบกันต่อไป อนาคตคงต้องมีคนเป็นทุกข์จำนวนมาก สู้คุณเป็นทุกข์กันแค่สองคน เลิกกันแล้วกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดีกว่า

แต่จะว่าไปแล้ว ต่อให้คุยกันขนาดไหน ทุกความสัมพันธ์ต้องมีปัญหา ไม่มีความรักของใครหวานชื่นได้ทุกวันหรอกครับ แม่เมื่อเราตัดสินใจคบกับเขา ก็ต้องถามตัวเองว่าพร้อมจะมีปัญหากับคนคนนี้หรือเปล่า หลังจากนั้นอยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์นี้มีความสุขมากกว่าความทุกข์เท่านั้นเอง ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นก็อย่าใช้เวลาเศร้ากับมันมากนัก รบกวนจิตใจเปล่าๆ รู้จักตัดความทุกข์ทิ้งเสียบ้าง พยายามมองว่าความรักเป็นสิ่งที่มีแล้วทำให้เรารู้สึกดีขึ้น มากกว่าจะมาหมกมุ่นหรือว่าจับผิดกับมัน

ผมเชื่อว่าคำว่าความรักน่าจะมองถึงความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีความสัมพันธ์เหมือนเพื่อน เหมือนเป็นคนในครอบครัว ที่คอยช่วยเหลือกันในยามที่มีทุกข์ มากกว่าจะมองถึงการแต่งงาน มีบ้าน มีลูก มีรถ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าผมต่อต้านการแต่งงานนะครับ ผมอาจจะคบแฟนผมไปหลายๆ ปีโดยไม่แต่งงานเลยก็ได้ แต่ถ้าอยู่ๆ กันไป วันหนึ่งข้างหน้าเกิดมีความจำเป็นต้องแต่ง จะด้วยเพื่อให้คนสบายใจหรืออะไรก็ตาม ผมก็พร้อมจะทำ

เพียงแต่ความพร้อมจะมาถึงเมื่อไหร่ กลไกชีวิตของผมก็คงแสดงความต้องการออกมาให้รู้เอง

Tuesday, June 28, 2005 10:07:00 PM  
Anonymous Anonymous said...

อืมม์...เห็นภาพ เข้าใจได้ และ ชัดเจนดีจัง อยากจะ Express คำพูดแบบนี้ได้บ้าง :)

ใครกันน่ะที่เป็นคนพูด ...

R.CLiNTcaid.

Wednesday, June 29, 2005 11:59:00 AM  
Anonymous Anonymous said...

He is a writer, and also a screenplay writer. If you need a more explicit hint, please check out my links (Typhoon books).

:)

Wednesday, June 29, 2005 1:45:00 PM  

Post a Comment

<< Home

Gabu on Facebook